การเลือกคลาสเรียน
เรียนภาษาอังกฤษแบบตัวต่อตัวหรือเรียนกลุ่ม แบบไหนเหมาะกับลูก?
คำตอบสั้น ๆ
ขึ้นอยู่กับตัวลูก คลาสภาษาอังกฤษแบบตัวต่อตัวให้เวลาพูดทั้งหมดแก่ลูกและเดินตามจังหวะของลูก ส่วนคลาสกลุ่มมักถูกกว่าต่อชั่วโมงและได้ฝึกกับเด็กคนอื่น เด็กขี้อายมักได้ประโยชน์จากคลาสตัวต่อตัวมากกว่า ส่วนเด็กที่มั่นใจและช่างคุยมักสนุกกับคลาสกลุ่ม
คำตอบขึ้นอยู่กับว่าลูกต้องการอะไรมากที่สุด คลาสตัวต่อตัวให้เวลาพูดทั้งหมดแก่ลูก และคลาสเดินตามจังหวะของลูก จึงเหมาะกับเด็กขี้อาย เด็กที่เรียนตามหลังหรือนำหน้าเพื่อนในห้อง และครอบครัวที่สัปดาห์แน่น ส่วนคลาสกลุ่มมักมีค่าใช้จ่ายต่อชั่วโมงต่ำกว่า เด็ก ๆ ได้เรียนรู้จากกันและกัน และเหมาะกับเด็กที่มั่นใจ ช่างคุย และชอบบรรยากาศคึกคัก หลายครอบครัวใช้ทั้งสองแบบ และโรงเรียนก็เป็นการเรียนแบบกลุ่มที่ลูกได้รับอยู่ทุกวันแล้ว
- เขียนโดย CurioKids teamหลักการเขียนคู่มือของเรา (ภาษาอังกฤษ)
- เผยแพร่
- อัปเดต
- อ่านประมาณ 9 นาที
ประเด็นสำคัญ
- ในคลาสกลุ่ม เวลาพูดถูกแบ่งกัน เด็กแต่ละคนจึงได้พูดน้อยกว่าตอนเรียนกับครูตัวต่อตัว
- คลาสตัวต่อตัวเดินตามจังหวะและระดับของเด็กคนเดียว ส่วนคลาสกลุ่มเดินตามเด็กส่วนใหญ่ในกลุ่ม
- คลาสกลุ่มมักถูกกว่าต่อชั่วโมง และให้เด็กได้ฝึกกับเพื่อนวัยเดียวกัน
- เด็กขี้อายมักกล้าพูดมากขึ้นในคลาสตัวต่อตัว ส่วนเด็กที่มั่นใจอาจสนุกกับพลังของกลุ่ม
- โรงเรียนเป็นการเรียนแบบกลุ่มอยู่แล้ว คลาสตัวต่อตัวจึงเติมสิ่งที่ห้องเรียนใหญ่ให้ได้ยาก
ในหน้านี้
เรียนตัวต่อตัวหรือเรียนกลุ่ม แบบไหนดีกว่าสำหรับการเรียนภาษาอังกฤษ?
ไม่มีแบบไหนดีกว่าสำหรับเด็กทุกคน ทั้งสองแบบได้ผลดีเมื่อครูมีฝีมือและคลาสตรงกับระดับของเด็ก คำถามที่แท้จริงคือ ตอนนี้ลูกขาดอะไร ถ้าลูกต้องการโอกาสพูดมากขึ้น ความใส่ใจมากขึ้น หรือจังหวะที่เข้ากับตัวเอง คลาสตัวต่อตัวให้สิ่งนั้นได้โดยตรง ถ้าลูกต้องการเพื่อนฝึกด้วย เหตุผลที่จะใช้ภาษาอังกฤษกับคนอื่น หรือค่าใช้จ่ายต่อชั่วโมงที่ต่ำกว่า คลาสกลุ่มที่ดีอาจเหมาะกว่า
ลองนึกถึงลูกในแบบที่เป็นอยู่ตอนนี้ ไม่ใช่แบบที่หวังว่าจะเป็น เด็กที่กังวลเรื่องภาษาอังกฤษ หรือเด็กที่นำหน้าเพื่อนไปไกล มีความต้องการต่างจากเด็กที่คุยได้สบายทุกภาษาและแค่อยากฝึกเพิ่ม
ลูกจะได้พูดมากแค่ไหนในคลาสแต่ละแบบ?
เรื่องการพูดเห็นความต่างชัดที่สุด เวลาในคลาสถูกแบ่งให้ทุกคนที่พูด ในคลาสตัวต่อตัวมีแค่ครูกับลูก ลูกจึงได้พูด ตอบคำถาม และอ่านออกเสียงเป็นส่วนใหญ่ของคลาส ในคลาสกลุ่ม เวลาเท่าเดิมถูกแบ่งให้ครูและเด็กทุกคนในห้อง เด็กแต่ละคนจึงได้ส่วนที่เล็กลง ยิ่งกลุ่มใหญ่ ส่วนของแต่ละคนก็ยิ่งเล็ก
ครูคลาสกลุ่มที่ดีจะชดเชยด้วยการจับคู่ฝึก การพูดพร้อมกัน เกม และการผลัดกันพูด และเด็ก ๆ ก็เรียนรู้จากการฟังกันและกันด้วย แต่เด็กที่อยากเงียบมักเงียบได้ และเด็กที่มั่นใจกว่ามักตอบก่อนเสมอ สำหรับการฝึกพูดโดยเฉพาะ เวลาตัวต่อตัวจึงให้ผลมากกว่า
จังหวะและระดับการเรียนต่างกันอย่างไร?
ครูตัวต่อตัวปรับคลาสให้เข้ากับเด็กคนเดียวได้ ถ้าลูกรู้เสียงตัวอักษรแล้ว ครูก็ไปต่อ ถ้าเสียงหรือคำไหนยาก ครูอยู่กับมันนานขึ้น ลองวิธีใหม่ และกลับมาทบทวนในครั้งหน้า ไม่มีอะไรง่ายหรือยากเกินไปนาน
คลาสกลุ่มต้องเดินตามจังหวะที่เหมาะกับเด็กส่วนใหญ่ ผู้สอนมักจัดกลุ่มตามอายุหรือระดับ ซึ่งช่วยได้ แต่เด็กระดับเดียวกันก็ยังเรียนเร็วช้าต่างกัน เด็กที่นำหน้าเล็กน้อยอาจเบื่อ และเด็กที่ตามหลังเล็กน้อยอาจตามไม่ทัน ส่วนเด็กที่อยู่ตรงกลางกลุ่ม เรื่องนี้มีผลน้อยกว่า
แล้วความใส่ใจและความคิดเห็นจากครูล่ะ?
ในคลาสตัวต่อตัว ครูสังเกตเห็นทุกครั้งที่ลูกลังเล ทุกเสียงที่ออกไม่ชัด และทุกช่วงที่สมาธิหลุด และตอบสนองได้ทันที ความคิดเห็นจากครูเป็นเรื่องของลูกคนเดียว คุณจึงรู้ได้ง่ายขึ้นว่าควรฝึกอะไรที่บ้าน ครูคลาสกลุ่มต้องดูเด็กหลายคนพร้อมกัน ความคิดเห็นจึงมักสั้นและกว้างกว่า เด็กบางคนชอบแบบนั้นเพราะไม่ต้องเป็นจุดสนใจ แต่บางคนก็ใจลอยไปโดยไม่มีใครสังเกต
แบบไหนเหมาะกับเด็กขี้อาย?
เด็กขี้อายหลายคนรู้สึกว่าคลาสตัวต่อตัวง่ายกว่าในช่วงแรก ไม่มีคนดู ไม่มีใครให้เปรียบเทียบ และครูที่ใจเย็นรอได้ ให้ตัวเลือก และค่อย ๆ ต่อยอดจากคำเดียว คู่มือของเราเรื่อง เด็กที่เข้าใจภาษาอังกฤษแต่ไม่ยอมพูด (ภาษาอังกฤษ) มีไอเดียเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม เด็กขี้อายบางคนก็เปิดใจในกลุ่มเล็กที่เป็นกันเองเมื่อรู้จักเพื่อนแล้ว โดยเฉพาะถ้ากิจกรรมให้ร่วมได้โดยไม่ต้องพูดคนเดียว ลองสังเกตว่าลูกเป็นอย่างไรในกลุ่มอื่น เช่น ที่โรงเรียนหรือในชมรม และคุยกับลูกว่าอะไรที่ทำให้สบายใจ
แบบไหนเหมาะกับเด็กที่มั่นใจและช่างคุย?
เด็กที่มั่นใจและชอบอยู่กับเพื่อนอาจสนุกกับพลังของคลาสกลุ่ม ทั้งเกมแข่งกับเด็กคนอื่น มุกตลกที่หัวเราะด้วยกัน และความสนุกของการได้แสดงสิ่งที่รู้ กลุ่มยังช่วยฝึกการฟัง เพราะต้องตามเสียงคนอื่นและรอถึงตาตัวเอง แต่เด็กที่มั่นใจก็ได้ประโยชน์จากเวลาตัวต่อตัวเช่นกัน เพราะพูดได้คล่อง ครูจึงผลักให้ไปได้ไกลขึ้น แก้นิสัยเล็ก ๆ และพาไปข้างหน้าได้เร็วเท่าที่ลูกพร้อม
ในคลาสกลุ่ม เด็ก ๆ เรียนรู้อะไรจากกันและกันได้บ้าง?
ได้หลายอย่าง เด็ก ๆ เลียนแบบกัน อธิบายให้กันฟัง และมีเหตุผลตามธรรมชาติที่จะพูด ไม่ว่าจะเพื่อชนะเกม ถามคำถาม หรือแบ่งปันความคิด พวกเขาได้ยินเพื่อนพูดผิดแล้วพูดต่อ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการพูดผิดเป็นเรื่องปกติ และได้ฝึกการผลัดกันพูดและการทำงานร่วมกับคนอื่นเป็นภาษาอังกฤษ ข้อดีเหล่านี้เป็นของจริง และการเปรียบเทียบที่ยุติธรรมควรนับรวมด้วย
ค่าใช้จ่ายและการจัดเวลาต่างกันอย่างไร?
คลาสกลุ่มมักถูกกว่าต่อชั่วโมง เพราะเวลาของครูถูกแบ่งให้หลายครอบครัว เวลาเปรียบเทียบ ลองคิดถึงค่าใช้จ่ายต่อนาทีที่ลูกได้พูดและได้รับความใส่ใจจริง ๆ ไม่ใช่แค่ต่อชั่วโมงของคลาส รวมถึงเวลาเดินทางไปสถาบันด้วย ในเมืองที่รถติด เวลาเดินทางไปกลับอาจนานกว่าตัวคลาสเสียอีก
การจัดเวลาก็ต่างกัน คลาสกลุ่มมีเวลาตายตัวที่ต้องเหมาะกับทั้งกลุ่ม ส่วนคลาสตัวต่อตัว โดยเฉพาะคลาสออนไลน์ มักเลือกเวลาให้เข้ากับโรงเรียน การบ้าน เรียนพิเศษ และชีวิตครอบครัวได้มากกว่า
เทียบคลาสตัวต่อตัวกับคลาสกลุ่มแบบเห็นภาพชัดได้อย่างไร?
| ตัวต่อตัว | กลุ่ม | |
|---|---|---|
| เวลาพูด | แบ่งกันแค่ลูกกับครู | แบ่งกันระหว่างครูกับเด็กทุกคน |
| จังหวะและระดับ | ตั้งไว้สำหรับเด็กคนเดียว | ตั้งไว้สำหรับเด็กส่วนใหญ่ในกลุ่ม |
| ความใส่ใจและความคิดเห็น | ต่อเนื่องและเฉพาะตัว | แบ่งกันและกว้างกว่า |
| เด็กขี้อาย | ไม่มีคนดู มีเวลาคิดก่อนตอบ | เงียบได้ อาจเปิดใจเมื่อมีเพื่อน |
| เรียนรู้จากเพื่อน | ไม่ได้มีอยู่ในตัว | เป็นจุดแข็งจริง ๆ |
| ค่าใช้จ่ายต่อชั่วโมง | มักสูงกว่า | มักต่ำกว่า |
| การจัดเวลา | มักยืดหยุ่นกว่า | เวลาตายตัวของกลุ่ม |
ใช้ทั้งการเรียนตัวต่อตัวและการเรียนกลุ่มร่วมกันได้ไหม?
ได้ และเด็กหลายคนก็ทำอยู่แล้ว โรงเรียนคือการเรียนแบบกลุ่ม ลูกจึงได้เรียนภาษาอังกฤษร่วมกับเด็กคนอื่นทุกสัปดาห์ คลาสตัวต่อตัวเติมสิ่งที่ห้องเรียนที่วุ่นวายให้ได้ยาก ทั้งเวลาพูดที่มากพอ ความใส่ใจเรื่องเสียงและการอ่าน และจังหวะที่เข้ากับลูก บางครอบครัวเพิ่มกิจกรรมกลุ่มด้วย เช่น ชมรมละคร เพื่อด้านสังคม ไม่ว่าจะผสมแบบไหน ให้สัปดาห์ยังจัดการได้ เด็กที่ได้พักและรอคอยคลาสเดียวเรียนรู้ได้มากกว่าเด็กที่เหนื่อยล้ากับสามคลาส
คลาสของ CurioKids เป็นอย่างไร?
CurioKids สอนแบบตัวต่อตัวเท่านั้น: คลาสภาษาอังกฤษออนไลน์แบบสดสำหรับเด็กอายุ 4 ถึง 12 ปี คลาสละ 25 นาที กับครูตัวจริงในห้องเรียนออนไลน์ของ CurioKids ซึ่งมีวิดีโอสด ไวต์บอร์ดแบบโต้ตอบ สไลด์บทเรียน และเกม เด็กส่วนใหญ่เริ่มต้นที่ Phonics Starter ส่วนเด็กที่อ่านภาษาอังกฤษได้แล้ว สามารถเข้าเรียนในระดับตามกรอบ CEFR ได้ทันทีหลังคลาสแรกฟรี ครอบครัวเลือกได้ระหว่าง Starter, Growth หรือ Accelerator สำหรับสัปดาห์ละ 1, 2 หรือ 3 คลาส
ดู ขั้นตอนการเรียน (ภาษาอังกฤษ) และ หลักสูตร (ภาษาอังกฤษ) หรือจองคลาสแรกฟรีได้จาก หน้าประเทศไทยภาษาไทย ของเรา
คำถามที่พบบ่อย
คลาสภาษาอังกฤษแบบกลุ่มเสียเงินเปล่าไหม?
ไม่เลย คลาสกลุ่มที่ดีให้เด็กได้ฝึกกับเพื่อน มีเหตุผลทางสังคมที่จะใช้ภาษาอังกฤษ และค่าใช้จ่ายต่อชั่วโมงต่ำกว่า เหมาะกับเด็กที่มั่นใจหลายคน เพียงแต่เด็กแต่ละคนได้เวลาพูดน้อยกว่าคลาสตัวต่อตัว
คลาสภาษาอังกฤษแบบกลุ่มสำหรับเด็กเล็กควรมีกี่คน?
กลุ่มที่เล็กกว่าให้เด็กแต่ละคนมีโอกาสพูดและได้รับความใส่ใจจากครูมากกว่า ลองถามผู้สอนว่าคลาสหนึ่งมีเด็กกี่คน และทำอย่างไรให้เด็กที่เงียบได้ถึงตาพูด
คลาสตัวต่อตัวเข้มข้นเกินไปสำหรับเด็กเล็กไหม?
ไม่ควรเป็นอย่างนั้น ถ้าคลาสสั้นและสนุก ครูที่ดีจะสลับการพูดกับเกม เพลง และรูปภาพ และให้เด็กเล็กได้เปลี่ยนกิจกรรม แทนที่จะถามคำถามต่อเนื่องไม่หยุด
CurioKids มีคลาสกลุ่มไหม?
ไม่มี คลาสของ CurioKids เป็นคลาสสดแบบตัวต่อตัวเท่านั้น แต่ละคลาสจึงวางแผนรอบตัวเด็กคนเดียว ตามระดับและจังหวะของเด็กคนนั้น กับครูตัวจริง