การเลือกคลาสเรียน
ลูกควรเรียนภาษาอังกฤษสัปดาห์ละกี่ครั้ง?
คำตอบสั้น ๆ
ไม่มีตัวเลขเดียวที่ถูกสำหรับเด็กทุกคน แต่คลาสภาษาอังกฤษสั้น ๆ สัปดาห์ละ 1 ถึง 3 ครั้งเหมาะกับเด็กส่วนใหญ่ สัปดาห์ละ 1 คลาสช่วยรักษานิสัยการเรียน สัปดาห์ละ 2 คลาสเป็นจุดกึ่งกลางสำหรับการฝึกอ่าน และสัปดาห์ละ 3 คลาสเหมาะกับเด็กที่ต้องการภาษาอังกฤษมากขึ้นอย่างรวดเร็ว
เด็กส่วนใหญ่ที่เรียนภาษาอังกฤษจะไปได้ดีกับคลาสสั้น ๆ สัปดาห์ละ 1, 2 หรือ 3 ครั้ง จำนวนที่เหมาะขึ้นอยู่กับความต้องการของลูก พลังที่เหลือหลังเลิกเรียน และตารางของครอบครัว สัปดาห์ละ 1 คลาสช่วยรักษานิสัยการเรียนที่สม่ำเสมอควบคู่กับโรงเรียน สัปดาห์ละ 2 คลาสเป็นจุดกึ่งกลางที่หลายครอบครัวเลือกเมื่อลูกกำลังฝึกอ่านและต้องการทบทวนบ่อย ส่วนสัปดาห์ละ 3 คลาสเหมาะกับเด็กที่ต้องการภาษาอังกฤษมากขึ้นในเวลาไม่นาน คลาสสั้นที่สม่ำเสมอ พร้อมการฝึกที่บ้านเล็กน้อยระหว่างคลาส มักได้ผลมากกว่าการเรียนยาวครั้งเดียว
- เขียนโดย CurioKids teamหลักการเขียนคู่มือของเรา (ภาษาอังกฤษ)
- เผยแพร่
- อัปเดต
- อ่านประมาณ 8 นาที
ประเด็นสำคัญ
- สัปดาห์ละ 1 คลาสเหมาะกับเด็กที่ตารางแน่นหรือมั่นใจอยู่แล้ว สัปดาห์ละ 2 คลาสเหมาะกับเด็กส่วนใหญ่ที่กำลังฝึกอ่าน และสัปดาห์ละ 3 คลาสเหมาะกับเด็กที่ต้องการภาษาอังกฤษมากขึ้นเร็ว ๆ
- คลาสสั้นหลายครั้งที่กระจายตลอดสัปดาห์มักช่วยให้เด็กจำได้มากกว่าคลาสยาวครั้งเดียว
- การฝึกที่บ้านสักไม่กี่นาทีระหว่างคลาสมีความหมายเสมอ ไม่ว่าจะเรียนกี่ครั้งต่อสัปดาห์
- ดูที่ตัวลูก ไม่ใช่ปฏิทิน: ถ้าลูกยังกระตือรือร้นและก้าวหน้าอย่างสม่ำเสมอ แปลว่าจังหวะนี้เหมาะ ถ้าลูกเหนื่อยล้า แปลว่าอาจมากเกินไป
- ความเห็นของครูหลังคลาสแรกฟรีเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และคุณเปลี่ยนจำนวนคลาสได้ในภายหลัง
ในหน้านี้
มีจำนวนคลาสที่ถูกต้องเพียงตัวเลขเดียวสำหรับเด็กทุกคนไหม?
ไม่มี เด็กสองคนที่อายุเท่ากันอาจต้องการภาษาอังกฤษในปริมาณที่ต่างกันมาก คนหนึ่งได้ยินภาษาอังกฤษที่บ้านทุกวันและต้องการแค่โอกาสพูดมากขึ้น อีกคนแทบไม่ได้ยินภาษาอังกฤษนอกห้องเรียนเลยและยังกำลังเรียนเสียงตัวอักษรอยู่ จำนวนคลาสที่เหมาะจึงขึ้นอยู่กับว่าลูกได้พบภาษาอังกฤษที่อื่นมากแค่ไหน คุณอยากให้คลาสช่วยเรื่องอะไร ตารางในสัปดาห์แน่นอยู่แล้วเพียงใด และลูกยังมีแรงเหลือแค่ไหนหลังเลิกเรียน
ลองมองคลาสเรียนเป็นจังหวะ มากกว่าเป็นเป้าหมายที่ต้องไปให้ถึง ครอบครัวส่วนใหญ่ลงตัวที่สัปดาห์ละ 1, 2 หรือ 3 คลาส และแต่ละจังหวะเหมาะกับสถานการณ์ที่ต่างกัน
เมื่อไรที่สัปดาห์ละ 1 คลาสก็เพียงพอ?
จังหวะนี้ช่วยให้ภาษาอังกฤษเดินหน้าอย่างสม่ำเสมอควบคู่กับโรงเรียน มักเหมาะกับ:
- เด็กที่ตารางแน่น ซึ่งมีทั้งการบ้าน เรียนพิเศษ กีฬา หรือดนตรีเต็มสัปดาห์อยู่แล้ว
- เด็กที่มั่นใจ อ่านได้ดีแล้ว และต้องการฝึกพูดกับครูอย่างสม่ำเสมอเป็นหลัก
- เด็กเล็ก ที่เพิ่งเริ่มคุ้นเคยกับการเรียนและการนั่งหน้าจอ
- ครอบครัวที่อยากสร้างนิสัยที่มั่นคง โดยไม่เพิ่มแรงกดดัน
ข้อจำกัดอยู่ที่ช่วงห่าง หนึ่งสัปดาห์เป็นเวลานานสำหรับเด็กที่กำลังเรียนเสียงใหม่ ๆ การฝึกที่บ้านระหว่างคลาสจึงสำคัญเป็นพิเศษในจังหวะนี้ การอ่านหนังสือด้วยกันครั้งละสิบนาทีสักสองสามครั้งต่อสัปดาห์ช่วยให้คลาสเดียวไปได้ไกลขึ้นมาก
ทำไมหลายครอบครัวจึงเลือกสัปดาห์ละ 2 คลาส?
นี่คือจุดกึ่งกลางที่พบบ่อย เหมาะกับเด็กที่กำลังฝึกอ่านด้วยโฟนิกส์ เพราะเสียงและคำใหม่จะวนกลับมาอีกครั้งภายในไม่กี่วัน ก่อนที่ลูกจะลืม แต่ละคลาสเริ่มได้ด้วยการทบทวนสิ่งที่เรียนครั้งก่อน และการทบทวนอย่างสม่ำเสมอนี่เองที่ช่วยให้ความรู้ติดตัว
จังหวะนี้ยังเหลือที่ว่างในสัปดาห์ด้วย ลองกระจายคลาสออกไป เช่น ต้นสัปดาห์หนึ่งครั้งและวันเสาร์หรืออาทิตย์อีกหนึ่งครั้ง ลูกจะได้พักและได้ใช้สิ่งที่เรียนมาในระหว่างนั้น
เมื่อไรที่สัปดาห์ละ 3 คลาสจึงสมเหตุสมผล?
จังหวะนี้เหมาะกับเด็กที่ต้องการภาษาอังกฤษมากขึ้นและเร็วขึ้น ตัวอย่างเช่น:
- เด็กที่แทบไม่ได้ยินภาษาอังกฤษที่บ้าน และมีโอกาสใช้ภาษาอังกฤษไม่มากนัก
- เด็กที่มีช่องว่างชัดเจนที่ต้องเติม เช่น การอ่านที่ตามหลังเพื่อนในห้อง
- เด็กที่กระตือรือร้น สนุกกับคลาส และขอเรียนเพิ่มเอง
ระวังเรื่องความเหนื่อย การเรียน 3 คลาสต่อสัปดาห์ เพิ่มจากสัปดาห์ที่โรงเรียนเต็มอยู่แล้ว ถือว่ามากสำหรับเด็กบางคน โดยเฉพาะเด็กเล็ก กระจายคลาสให้ทั่วสัปดาห์ หลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่ต่อจากวันเรียนยาว ๆ ทันที และลองประเมินดูอีกครั้งหลังผ่านไปสองสามสัปดาห์ ถ้าลูกยังกระตือรือร้นก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าลูกเริ่มกลัวหรือไม่อยากเข้าคลาส ควรลดจำนวนลง
ทำไมคลาสสั้นที่สม่ำเสมอจึงดีกว่าคลาสยาวครั้งเดียว?
สมาธิของเด็กเล็กสั้นและค่อย ๆ ลดลงเมื่อคลาสดำเนินไป ช่วงท้ายของคลาสยาวจึงมักตกเป็นของเด็กที่หยุดรับข้อมูลไปแล้ว คลาสสั้นหลายครั้งทำให้ลูกอยู่ในช่วงที่ยังตื่นตัว และแต่ละคลาสจบลงตอนที่ลูกยังอยากเรียนต่อ การได้พบเสียงและคำใหม่หลายครั้งตลอดสัปดาห์ยังเพิ่มโอกาสให้ลูกจำและนำกลับมาใช้ได้อีกด้วย
คู่มือของเรา คลาสของเด็กควรยาวแค่ไหน (ภาษาอังกฤษ) อธิบายสัญญาณที่บอกว่าคลาสยาวเกินไปสำหรับลูก
ระหว่างคลาสควรฝึกที่บ้านมากแค่ไหน?
ทีละน้อย แต่บ่อย ๆ คุณไม่จำเป็นต้องมีแบบฝึกหัดหรือพูดภาษาอังกฤษได้คล่อง แค่ไม่กี่นาทีเกือบทุกวันก็พอ:
- อ่านหนังสือภาพด้วยกัน ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย
- เล่นเกมเสียงสั้น ๆ เช่น ทายของในบ้านที่ขึ้นต้นด้วยเสียง b
- ให้ลูกสอนคุณหนึ่งอย่างจากคลาสล่าสุด
- ใช้คำหรือวลีภาษาอังกฤษใหม่หนึ่งคำด้วยกันระหว่างวัน
ดูไอเดียห้านาทีได้ใน เกมโฟนิกส์ที่บ้าน (ภาษาอังกฤษ)
สัญญาณอะไรบอกว่าถึงเวลาเพิ่มคลาส?
- ลูกดูเหมือนลืมสิ่งที่เรียนครั้งก่อนไปมากเมื่อถึงคลาสถัดไป
- ลูกสนุกกับคลาสและถามว่าคลาสหน้าเมื่อไร
- ครูแนะนำว่าการฝึกเพิ่มจะช่วยทักษะบางอย่างได้
- ลูกต้องการภาษาอังกฤษมากขึ้นสำหรับโรงเรียน และยังมีแรงเหลือ
สัญญาณอะไรบอกว่าถึงเวลาลดคลาส?
- ลูกมักเหนื่อย กระสับกระส่าย หรือหงุดหงิดก่อนเข้าคลาส
- ลูกเริ่มหลีกเลี่ยงคลาสที่เคยชอบ
- การบ้าน เวลาพักผ่อน หรือเวลาของครอบครัวถูกเบียดจนแทบไม่เหลือ
- ลูกไปถึงจุดที่สบายใจแล้ว และตอนนี้ต้องการแค่รักษาภาษาอังกฤษไว้
ดูแนวโน้มในช่วงหลายสัปดาห์ มากกว่าตัดสินจากวันที่แย่เพียงวันเดียว บางครั้งแค่เปลี่ยนช่วงเวลาของคลาสก็แก้ปัญหาได้ โดยไม่ต้องเปลี่ยนจำนวนคลาสเลย ในประเทศไทย ช่วงเย็นที่รถติดหรือหลังเรียนพิเศษอาจทำให้ลูกล้า ลองย้ายไปเป็นเช้าวันเสาร์หรืออาทิตย์ดู
จะเลือกอย่างไรก่อนคลาสแรก?
| จังหวะ | มักเหมาะกับ | สิ่งที่ควรระวัง |
|---|---|---|
| สัปดาห์ละ 1 คลาส | เด็กที่ตารางแน่นหรือมั่นใจ หรือครอบครัวที่อยากสร้างนิสัยสม่ำเสมอ | ช่วงห่างที่ยาว: เพิ่มการฝึกที่บ้าน |
| สัปดาห์ละ 2 คลาส | การฝึกอ่านด้วยโฟนิกส์และการทบทวนอย่างสม่ำเสมอ | กระจายคลาสให้ทั่วสัปดาห์ |
| สัปดาห์ละ 3 คลาส | เด็กที่แทบไม่ได้ยินภาษาอังกฤษที่บ้าน หรือมีช่องว่างที่ต้องเติม | ความเหนื่อย โดยเฉพาะหลังเลิกเรียน |
เริ่มจากจังหวะที่เข้ากับสัปดาห์ของคุณตอนนี้ ไม่ใช่จังหวะที่คิดว่าควรทำให้ได้ จากนั้นคลาสแรกฟรีจะให้ความเห็นที่สองแก่คุณ: ครูได้ฟังลูกพูดและอ่าน และบอกได้ว่าลูกเริ่มต้นที่ระดับไหน และคลาสช่วงแรกจะเน้นอะไร ลองถามครูว่าแนะนำให้เรียนสัปดาห์ละกี่ครั้ง และเพราะอะไร คู่มือ วิธีเลือกคลาสภาษาอังกฤษออนไลน์ให้ลูก มีคำถามอื่น ๆ ที่ควรถามด้วย
แพ็กเกจของ CurioKids ตรงกับจังหวะเหล่านี้อย่างไร?
คลาสของ CurioKids เป็นคลาสสด ตัวต่อตัว คลาสละ 25 นาที กับครูตัวจริง Starter คือสัปดาห์ละ 1 คลาส Growth คือสัปดาห์ละ 2 คลาส และ Accelerator คือสัปดาห์ละ 3 คลาส หรือเท่ากับ 4, 8 หรือ 12 คลาสทุก 4 สัปดาห์ คุณเปลี่ยนแพ็กเกจได้ทุกเมื่อ จึงเพิ่มคลาสได้ก่อนช่วงที่โรงเรียนเข้มข้น หรือลดลงเมื่อสัปดาห์เริ่มแน่น
ในคลาสแรกฟรี ครูจะตรวจดูภาษาอังกฤษของลูกและบันทึกระดับเริ่มต้น เพื่อให้คลาสเริ่มตรงจุด จากนั้นคุณค่อยตัดสินใจว่าจะเรียนต่อหรือไม่ ดู ราคาแพ็กเกจเป็นเงินบาท (ภาษาอังกฤษ) อ่าน คำถามที่พบบ่อย (ภาษาอังกฤษ) หรือจองคลาสแรกฟรีได้จาก หน้าประเทศไทยภาษาไทย ของเรา
คำถามที่พบบ่อย
เรียนภาษาอังกฤษสัปดาห์ละ 1 คลาสพอไหม?
อาจพอ โดยเฉพาะสำหรับเด็กที่มั่นใจหรือมีตารางแน่น แต่จะได้ผลมากขึ้นถ้ามีการฝึกที่บ้านเล็กน้อยระหว่างคลาส เพราะหนึ่งสัปดาห์เป็นช่วงห่างที่นานสำหรับเสียงและคำใหม่
สัปดาห์ละ 3 คลาสมากเกินไปสำหรับเด็กเล็กไหม?
ไม่เสมอไป คลาสสั้นที่กระจายตลอดสัปดาห์อาจเหมาะกับเด็กเล็กที่กระตือรือร้น คอยสังเกตความเหนื่อยหรือความไม่เต็มใจ และลดจำนวนลงถ้าคลาสเริ่มกลายเป็นภาระ
ควรเรียนติดกันสองวันไหม?
การกระจายคลาสให้ห่างกันอย่างน้อยหนึ่งวันช่วยให้ลูกได้พัก และมีโอกาสนึกทบทวนสิ่งที่เรียนก่อนที่คลาสถัดไปจะต่อยอดจากเดิม
เปลี่ยนจำนวนคลาสของ CurioKids ภายหลังได้ไหม?
ได้ คุณเปลี่ยนแพ็กเกจ CurioKids ได้ทุกเมื่อ สลับระหว่าง Starter, Growth และ Accelerator ได้ตามความต้องการของลูกและตารางของครอบครัวที่เปลี่ยนไป